วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

 สืบเนื่องจากวันที่ 4 มิถุนายน วันกอดแมวสากล (National Hug Your Cat Day)


ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ผู้เลี้ยงแมวทั้งหลายจะได้แสดงความรักที่มีต่อแมวโดยการกอด ว่ากันว่าแมวเป็นสัตว์ที่สามารถบำบัดผู้ที่มีความเครียดสะสมและผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ เพราะเมื่อกอดเจ้าเหมียวแล้วจะช่วยให้ความดันโลหิตลดลง มีสุขภาพจิตดีและอายุยืนยาว 

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า วันกอดแมวสากล (National Hug Your Cat Day) มีที่มาที่ไปอย่างไร ผมเองก็เป็นอีกคนที่อยากรู้ และไม่เคยรู้มาก่อน วันนี้ผมได้เข้าไปหาข้อมูล มาเรียบเรียงให้ทาสแมวทั้งหลาย รับทราบกัน



ที่มาของ "วันกอดแมวสากล (National Hug Your Cat Day)"  
ผู้ที่เริ่มก่อตั้ง Marisa D'Vari ทำงานเกี่ยวกับ television producer and wine educator 
เธอได้รำลึกถึงชีวิตของแมวมี่เธอเลี้ยง เปอร์เซีย สีขาว ชื่อ mini เจ้า mini เสียชีวิตในปี 1995 D'Vari อยากจะทำบางอย่างให้กับแมวรักของเธอ

ในปีนี้นั่นเอง D'Vari มี idea สำหรับการกอดแมว เพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงเจ้า mini แมวของตัวเธอ เช่นเดียวกับเจ้าของแมวทั่วโลก มันด้วยการแสดงความรัก ความสัมพันธ์ด้วย ในฐานะที่เธอเป็นผู้สร้าง วันกอดแมวสากล เพื่อให้เจ้าของแมว และคนทั่วไปได้ตระหนักและให้ความสำคัญถึง แมวจร ที่พักพิงสัตว์ หรือกลุ่มกู้ภัยสัตว์

ด้วยความรักแมว D'Vari ได้มีแมวตัวที่สอง คือ เจ้าแมว Apri พันธุ์เปอร์เซีย สีขาว ซึ่งเหมือนกับเจ้า mini ซึ่ง D'Vari กล่าวว่า อยากให้แต่ละปีสำหรับวันกอดแมว สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวันกอดแมวสากล "ทุกคนอาจจะใช้เวลาออกไปกอดแมวของพวกคุณและจดจำว่าพวกเขาจะมีค่าสำหรับคุณ"

ในเดือนสิงหาคม 2008 เจ้า Apri ได้ เสียชีวิต และ D'Vari เสียใจและได้เรียนรู้เธอหวังว่าการกอดวันแมวของคุณทำหน้าที่เป็นตัวเตือนของความพึงพอใจที่มาจากการแบ่งปันความรัก ความผูกพันธ์กับแมวเช่นเดียวกับความพึงพอใจทางอารมณ์ที่มาจากการกอดแมว


อีกไม่นาน วันกอดวันแมว ได้ถูกตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับแมวและได้รับประโยชน์ กิดเป็นความนิยมในหมู่คนเลี้ยงแมวจนกลายเป็นวันกอดแมวแห่งชาติไปในที่สุด ซึ่งตรงกับวันที่ 4 มิถุยายน ของทุกๆ ปี






ส่วนตัวผมเองกอดเจ้าเหมียวนั้นทุกวันอยู่แล้ว ทาสแมวทั้งหลายก็อย่าลืมกอดเจ้าเหมียวนะครับ
หรือสำหรับคนไหนที่ไม่ได้เลี้ยงน้องเหมียว สามารถแสดงความรักต่อน้องเหมี่ยวได้ ด้วยการทำบุญทำทานด้วยอาหารให้แก่แมวจร หรือมูลนิธิ เพื่อน้องแมวก็ได้นะครับ


ที่มา : http://www.catchannel.com/news/2009/05/29/hug-your-cat-day-is-here.aspx
เรียบเรียง : cyclone_prince (เพจทาสแมว)

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

  • วันอังคาร, มิถุนายน 02, 2558
  • 1 comment
สำหรับคนที่เลี้ยงแมวสายพันธุ์ Persian ,Exotic และ Scottish-fold ทาง krungsiamcattery ได้ขึ้นทะเบียนกับสมาคมแมว CFA ของทางอเมริกาซึ่งเป็นสมาคมที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วโลกซึ่งเข้มงวดเรื่องการบรีดผสมพันธ์เป็นอย่างมาก และได้ก่อตั้งชมรมแมว Siam Cat Fanciers' Club (SCFC)  http://www.scfc.asia/


ทำความเข้าใจกันอีกครั้งเกี่ยวกับเพ็ดดีกรีแมว และชมรมแมวกันก่อน
- แมวเพ็ดไทย คือแมวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับชมรมในประเทศไทย มีการจดขึ้นทะเบียนสองแบบคือ แบบจดทะเบียนธรรมดาคือมีใบรีจีส (แจ้งเกิดลูกแมวตัวนั้นแต่ไม่ทราบพ่อแม่) แต่ใบรีจีสก็มีแบบมีการระบุพ่อแม่ถ้าพ่อแม่แมวตัวนั้นมีกาารขึ้นทะเบียนกับชมรมไว้ก่อน อีกประเภทคือมีใบเพ็ดดีกรี คือจะมีการระบุรายละเอียดของพ่อแม่วว่ามีสีอะไรพันธ์อะไร ต่างกับใบรีจีสแบบมีพ่อแม่คือจะแค่ระบุว่าพ่อแม่ชื่อนี้เลขทะเบียนนี้

ในตอนนี้มี 2 ชมรมไทย ที่เป็นที่ยอมรับและเป็น 2 ชมรมที่มีการจัดประกวดอย่างต่อเนื่องทุกปี
ชมรมที่สองคือ SCFC www.scfc.asia และ Facebook
ทั้งสองชมรมจัดการประกวดตามมาตรฐานของสมาคม CFA (สมาคมแมวที่เป็นที่ยอมรับจากอเมริกา) http://www.cfa.org/

ที่มา : https://www.facebook.com/Krungsiamcattery/posts/521474704650720
เรียบเรียง : cyclone_prince (เพจทาสแมว)

ชมรมแรกคือ CFCT www.cfct-cat.com จะมีการจัดงานประกวดที่กรุงเทพทุกปี

- แมวเพ็ดนอก สำหรับบ้านเราและประเทศใกล้เคียงโซนบ้านเราจะนิยมและยอมรับกับสมาคม CFA (สมาคมแมวที่เป็นที่ยอมรับจากอเมริกา) http://www.cfa.org/ จะมีการจัดประกวดแมวตามมาตรฐานของสมาคม CFA กันในหลายๆประเทศ ความเข้มงวดเรื่องสายพันธ์ การบรีด การผสมพันธ์แต่ละสายพันธ์คนข้างเข้มงวด เช่นสีนี้ต้องห้ามในสายพันธ์นี้ สายพันธ์นี้ห้ามบรีดข้ามสายพันธ์นั้น กว่าแมวเพ็ดไทยจะไปเปลี่ยนเป็นเพ็ด CFA นั้นต้องบรีดถูกต้องตามที่เค้ากำหนด ว่าง่ายๆค่ะแหกคอกไม่ได้เลย
อีกสามาคมที่ทางยุโรปนิยมกันคือ TICA http://www.tica.org/ เค้าจะเปิดกว้างเรื่องสีสัน สายพันธ์ต่างๆมากกว่าทาง CFA มากกว่า ทำให้จำนวนแมวที่จดกับทาง TICA จึงมีจำนวนมาก แมวที่มีใบเพ็ดของTICA ก็สามารถมาเปลี่ยนเป็นเพ็ดCFAได้ แต่!!!! ต้องบรีดตามมารตฐานที่ CFA กำหนด สมมุติว่าเรามีใบเพ็ด4เจนเนอร์เรชั่นของTICA เราจะเอาไปทำเป็นCFA แต่ใน4เจนนั้นดันมีแมวตัวนึงสีอยู่นอกมารตฐานที่ CFA กำหนดต้องห้าม ก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้ อันนี้เป็นประเด็นกันมาก เพราะตอนนี้เมืองไทยมีพวกนายหน้าค้าแมวนำเข้าจากต่างประเทศมาขาย แล้วบอกลูกค้าว่าแมวสามารถทำเพ็ดCFA ได้แต่พอถึงเวลายื่นเรื่องไปแล้วโดนตีกลับก็เพราะเหตุผลนี้

ยังมีอีกหลายๆสมาคมเช่น www.fifeweb.org ก็เป็นอีกสมาคมที่ใหญ่อันนี้ต้องศึกษาดูดีๆ แมวเพ็ดนอกที่มองหามีใบเพ็ดของสมาคมไหนและเป็นที่ยอมรับแค่ไหน ไม่งั้นก็เท่ากับคุณถือกระดาษเปล่าๆใบเดียว บางคนบอกไม่เป็นไร หนูรัก หนูถูกชะตา หนูไม่สนใบเพ็ดอะไรทั้งนั้น ก็จริงๆค แต่ก็อย่าให้ผู้ขายหาประโยชน์จากความไม่รู้แล้วมาขายราคาแพงๆเพราะอ้างว่ามีใบเพ็ด

ชมรมผู้นิยมแมวแห่งประเทศไทย
Cat Fancier's Club of Thailand


ความเป็นมา :
                ในปัจจุบันความนิยมเลี้ยงแมวสายพันธุ์ต่าง ๆ ของประชาชนในประเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หากแต่ยังคงไม่มีหน่วยงาน หรือชมรมที่รับขึ้นทะเบียนแมวที่เป็นที่ยอมรับ และได้มาตรฐานสากล ทำให้การติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ กับชมรมแมวต่าง ๆทั่วโลกเป็นไปได้ยาก  และเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสายพันธุ์แมว  โดยมิได้หวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ จึงมีการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงแมวมาร่วมเป็นแกนในการจัดตั้งชมรมและผู้ที่สนใจหรือผู้ที่มีแนวคิดเช่นเดียวกันเป็นสมาชิกของชมรม  โดยทางชมรมพยายามที่จะพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับของสมาคมแมวระดับโลก
ชมรมผู้นิยมแมวแห่งประเทศ  จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2545 โดยการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักแมวในประเทศไทย ที่ต้องการพัฒนาการเลี้ยงแมวและเพาะพันธุ์แมวอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์  ซึ่งในอนาคตจะสามารถพัฒนาแมวไทยพันธุ์แท้ให้ทัดเทียมเป็นที่ยอมรับและรู้จักกันมากขึ้นในต่างประเทศ และพัฒนาการขยายพันธุ์แมวสายพันธุ์ต่างประเทศที่ต้องสั่งนำเข้าให้ได้มาตรฐานทัดเทียมกับสากลจนสามารถขายส่งออกนอกประเทศ เพื่อลดจำนวนการนำเข้าแมวจากต่างประเทศ โดยมิให้เสียดุลการค้า ชมรมฯ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกับสมาคมแมวโลก CFA  (The Cat Fancier’ Association) ในประเทศสหรัฐอเมริกา  เมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน 2545
ในอนาคตทางชมรมฯ มีความตั้งใจจะขึ้นทะเบียนสายพันธุ์แมวไทยที่มีเหลืออยู่ปัจจุบันเพียง 5 สายพันธุ์ คือ วิเชียรมาศ ,โคราช ,  ศุภลักษณ์ , โกญจา และขาวมณี ให้เป็นที่ยอมรับของสมาคมแมวโลก โดยใช้ชื่อสายพันธุ์เป็นของประเทศไทยเอง และอนุรักษ์พร้อมทั้งพัฒนาสายพันธุ์แมวไทยมิให้สูญพันธุ์ ด้วยการจัดทำทะเบียนประวัติของแมวแต่ละตัว เพื่อมิให้เกิดการผสมเลือดชิดหรือข้ามสายพันธุ์  และหวังว่าอาจจะพัฒนาจนสามารถนำสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับขึ้นมาได้ ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งบรีดเดอรและผู้ทรงคุณวุฒิในด้านพันธุ์กรรมศาสตร์

ที่ตั้งของชมรมฯ :  เลขที่ 59/23 หมู่ 11 ซ.เพชรเกษม 85 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 74130 โทร. 0-2811-0029 , 087-9878799 แฟ็กซ์ 0-2420-0993
ชื่อเว็บไซต์ :  www.cfct-cat.com
E-mail : cfct_cat@hotmail.com
Face Book : www.facebook.com/cfctclub


วัตถุประสงค์ :
  1. จัดตั้งเป็นองค์กรเพื่อจัดทำเพ็ดดีกรีให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสมาคมแมวโลก
  2. จัดประกวดแมวและจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแมว
  3. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่นิยมเลี้ยงแมวด้วยกัน
  4. มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับแมว
  5. เผยแพร่สายพันธุ์แมวไทยโบราณให้เป็นที่ยอมรับของสากล
คณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ :
      1.   นายสุรัตน์ ผู้บังเกิดผล                            ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
      2.   ผศ.น.สพ.ดร.สุพจน์ เมธิยะพันธุ์                           คณะที่ปรึกษา
      3.   น.สพ.สรัช คงเดชเกษมสุข                                        “
      4.   น.สพ.ธนิต กฤตยภูษิตพจน์                                        “  
      5.   อาจารย์ ศักดิ์ชัย โตภาณุรักษ์                                     “
      6.   คุณ สุวัฒน์ ราชนิยม                                                "
      7.   คุณ นิดา นิกรพันธุ์                                                   "
      8.   อาจารย์ ภาวรรณ  หมอกยา                                       “

คณะกรรมการชมรมผู้นิยมแมวแห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2555 - 2557
      1.  นาง สุนันท์ โซวประเสริฐสุข                 ประธานกรรมการ

      2.  นส. สายพิณ ผาสุพงษ์                        รองประธานกรรมการ
      3.  นส. ภัฏฏิณี ตังควัฒนกุล                      กรรมการ - เลขานุการ
      4.  นาย พงศ์ สกุลคลานุวัฒน์                     กรรมการ 
      5.  นส.วิริยา พงศ์สุพัฒน์                           กรรมการ


ชมรมแมว TCC  (Thailand Cat Club) เป็นอีกชมรมหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้ ชมรม CFCT เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนประวัติแมว และจัดทำใบเพ็ดดีกรีให้กับแมวไทยและแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ ในประเทศไทย

-  การจัดทำทะเบียนประวัติแมว โดยการจดใบรับรองสายพันธุ์และออกใบเพ็ดดีกรี เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการผสมพันธุ์แมว โดยให้ได้มาตรฐานที่ดีขึ้น และคงไว้ซึ่งแมวสายพันธุ์แท้ ลดปัญหาการผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ของแมวไทยพันธุ์แท้ที่ควรอนุรักษ์ไว้

อัตราค่าธรรมเนียม
                        สมาชิก       คิดค่าธรรมเนียมเป็นค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ตัวละ 150 บาท
                       Pedigree                1      Generation                          150 บาท
                                                   2      Generation                          200 บาท
                                                   3      Generation                          250 บาท
                                                   4      Generation                          300 บาท
                                                   5      Generation                          350 บาท
                                                   6      Generation                          400 บาท

                ถ้าขึ้นทะเบียนพร้อมทำใบ Pedigree มีส่วนลด 50 บาท
                เปลี่ยนชื่อเจ้าของ แมว (Transfer of Ownership)  ค่าธรรมเนียม ตัวละ  100 บาท
                เปลี่ยนชื่อเจ้าของ แมว (Transfer of Ownership + Pedigree 1-3 Generation) ตัวละ 200 บาท
                เปลี่ยนชื่อเจ้าของ แมว (Transfer of Ownership + Pedigree 4-6 Generation)  ตัวละ 300 บาท
หมายเหตุ    การขึ้นทะเบียนแมวและ Pedigree จัดทำโดย ชมรมแมวแห่งประเทศไทย (TCC)  ซึ่งอยู่ภายใต้ ชมรมผู้นิยมแมวแห่งประเทศไทย (CFCT)

กิจกรรมของชมรม
  1. จัดทำทะเบียนแมวทุกสายพันธุ์ในประเทศไทย
  2. จัดประกวด  , สัมมนาหรือนิทรรศการต่าง ๆ เกี่ยวกับแมว
  3. เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับแมวให้ผู้ที่สนใจทราบ
  4. ช่วยเหลือสังคมเกี่ยวกับปัญหาแมว
ที่มา : http://www.cfct-cat.com/index.php

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

  • วันจันทร์, มิถุนายน 01, 2558
  • 1 comment
เอามาฝากอีกชมรมนึงนะครับ สำหรับคนรักแมว ชมรมแมวสวยงามทุกสายพันธุ์ The All-breed Glamorous Feline Club (AGC) 



คำอธิบายเต็มThe All-breed Glamorous Feline Club (AGC) จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองกลุ่มคนที่มีความสนใจ และรักแมวทุกสายพันธุ์ตามที่มีกำหนดไว้ใน สหพันธ์แมวโลก World Cat Federation (WCF) ซึ่งต้องการจะพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้เป็นไปตามาตรฐานสากล โดยชมรมของเราได้เป็นสมาชิกของ WCF ในเดือนกุมภาพันธ์ 2558The All-breed Glamorous Feline Club (AGC) was found by cat lovers and breeders of all breeds which registered in World Cat Federation (WCF). AGC will promote breeders to meet international standard. AGE was registered with WCF on February 2015.

ภารกิจ
เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ข่าวสาร เกี่ยวกับสายพันธุ์แมวทุกสายพันธุ์ ส่งเสริมและให้ความรู้ในการเลี้ยงดู เพาะพันธุ์แมว ให้ถูกต้องและเป็นไปตามมาตราฐานสากลของ WCF
ดำเนินการจัดนิทรรศการ, การแข่งขันการประกวดแมว, การประชุมในประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการออกใบรับรองสายพันธุ์ของแมวที่ถูกขึ้นทะเบียนไว้กับทาง WCF เป็นศูนย์กลางในการ สนับสนุนการลดการกระทำความโหดร้ายต่อแมว จัดทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือแมว และลดปัญหาแมวจรจัดที่มีอยู่ในประเทศไทย

AGC would provide knowledges and news of all cat breeds. We support breeders and cat lovers to breeding and nourishing their cats to meet WCF international standard. AGC will set up exhibitions, cat shows, seminars in Thailand. We also give cattery, cats and kittens registration services including provide pedigrees to members. We support to stop cruelty to stray cats and create awareness on this matter in Thailand.


ดำเนินการจัดนิทรรศการ, การแข่งขันการประกวดแมว, การประชุมในประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการออกใบรับรองสายพันธุ์ของแมวที่ถูกขึ้นทะเบียนไว้กับทาง WCF เป็นศูนย์กลางในการ สนับสนุนการลดการกระทำความโหดร้ายต่อแมว จัดทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือแมว และลดปัญหาแมวจรจัดที่มีอยู่ในประเทศไทย

AGC would provide knowledges and news of all cat breeds. We support breeders and cat lovers to breeding and nourishing their cats to meet WCF international standard.AGC will set up exhibitions, cat shows, seminars in Thailand. We also give cattery, cats and kittens registration services including provide pedigrees to members. We support to stop cruelty to stray cats and create awareness on this matter in Thailand. โทรศัพท์ +66961792936 อีเมล agc.allbreed@gmail.com



ที่มา : https://www.facebook.com/AGCcatthailand/info?tab=page_info
เรียบเรียง : cyclone_prince (เพจทาสแมว)
  • วันจันทร์, มิถุนายน 01, 2558
  • 1 comment
พอดีไปหาข้อมูลเกียวกับสายพันธุ์แมวต่างๆ เลยคิดว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคน หรือ กลุ่มคนรักแมวสายพันธุ์บริติช 

เนื่องด้วยปัจจุบันมีผู้นิยมเลี้ยงแมวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก กลุ่มคนรักแมวสายพันธุ์บริติช จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง ชมรมแมวบริติชแห่งประเทศไทย (The British Cat Society of Thailand หรือ BCT) ขึ้นเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูและเพาะพันธุ์แมวสายพันธุ์บริติชในประเทศไทย ให้ได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ควบคุมไม่ให้เกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ รวมถึงออกใบเพ็ดดีกรีตามข้อกำหนดของสหพันธ์แมวโลก (World Cat Federation หรือ WCF) และเป็นสื่อกลางช่วยเหลือและแก้ปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับแมวทุกสายพันธุ์ในสังคมไทย ชมรมแมวบริติชแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับ ชมรมแมวสวยงามทุกสายพันธุ์ (The All-breed Glamorous Feline Club หรือ AGC) ประกอบกิจกรรมภายใต้ข้อกำหนดของ WCF ที่มีการยอมรับกันกว่า 6 ทวีปทั่วโลก ซึ่งทั้ง 2 ชมรมนี้ ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเครือข่ายและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก WCF เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งผู้สนใจสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามลิงค์ของ WCF ตามนี้ คลิ๊ก  Organizer :The British Cat Society of Thailand (BCT) and The All-breed Glamorous Feline Club (AGC)Tel :  098 874 2453, 096 179 2936www.facebook.com/britishcatsinthailand

 

ที่มา: http://www.allthaievent.com/event/5081/
เรียบเรียง : cyclone_prince (เพจทาสแมว)
  • วันจันทร์, มิถุนายน 01, 2558
  • 1 comment
เมื่อเจ้าเหมียวกลายเป็นคุณแม่มือใหม่ ทาสแมวทั้งหลายเคยมีปัญหากับการเตรียมตัวรับมือกับเจ้านายที่กลายเป็นคุณแม่ ครั้งแรกกับการเลี้ยงแมวแล้วแมวท้อง และเป็นท้องแรก กังวลมากไหม ผมก็เช่นกัน กังวลทุกอย่าง เจ้าเหมียวจะแท้งไหม เจ้าเหมียวจะเป็นอันตรายไหม จะต้องพาไปหาหมอหรือเปล่า จะคลอดเองได้ไหม ทาสอย่างเราจะช่วยอะไรบ้าง จะเห็นหลายๆ เว็บบอกลักษณะอาการของแมวท้องไว้เยอะมาก แต่สิ่งที่ผมจะเขียนลงใน blogger เอามาจากประสบการณ์ของผมเอง




เริ่มด้วยการผมเองอยากจะทำฟาร์มแมวเล็กเลยหาซื้อแมวมาเลี้ยง และแล้วความฝันก็เป้นจริงเมื่อเจ้าเหมียวถึงวัยเจริญพันธุ์ หลังจากที่เห็นเจ้าเหมี่ยว featuring กัน แต่ผมเองก้ไม่คิดว่ามันจะท้อง จนสังเกตุอาการผิดปกติของท้องเริ่มโต กินเยอะ กินทุกอย่าง นมเริ่มตั้งเต้า สอบถามทุกคนที่เลี้ยงเจ้าเหมียว ที่เคยมีแมวเคยตั้งท้อง  มาดูหลักการณ์ของการตั้งท้องแมวกันก่อน โดยผมเอาความรู้บางส่วนนี้มาจาก จากเว็บโรงพยาบาลสัตว์ สัตวแพทย์ 4


การตั้งท้องในแมว แมวเป็นสัตว์ที่การตกไข่จะต้องถูกกระตุ้นจากการผสมพันธุ์ระยะเวลาในการตั้งท้องของแมวจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผสมไปจนถึงวันที่คลอดซึ่งจะอยู่ในช่วงเวลา 56-69 วัน  
สิ่งที่สังเกตได้ว่าแมวตั้งครรภ์หรือไม่ ได้แก่  3 สัปดาห์หลังจากได้รับการผสมหัวนมจะเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูมากขึ้นและขยายขนาดมากขึ้น   ช่วงประมาณ 4 สัปดาห์ แมวจะกินจุมากขึ้นและสัตวแพทย์จะสามารถเริ่มคลำพบตัวลูกได้   เมื่ออายุครรภ์ 6 สัปดาห์ขนาดท้องจะดูใหญ่จนสังเกตได้ชัดเจน   และอายุครรภ์ 7 สัปดาห์ แม่แมวจะเริ่มมีสัญชาตญาณการมองหาที่คลอดลูก เนื่องจากลูกแมวจะเริ่มมีการเคลื่อนตัว
สำหรับอาหาร ผมก็ค้นหาข้อมูลในและสอบถามเพื่อนๆ ที่เลี้ยงแมวก็ได้ความว่าอาหารสูตรแม่แมวและลูกแมวของรอยัลคานินสูตร แม่แมวและลูกแมว(ไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์นะครับแต่คิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับแมวเรา)


การเตรียมตัวแม่แมว
การเตรียมตัวแม่แมวที่สำคัญ คือ อาหาร เพราะอาหารที่ได้รับเข้าไปต้องใช้ในการเจริญเติบโตของลูกแมวในท้องด้วยทำให้แม่แมวต้องการอาหารมากกว่าแมวที่ไม่ได้ตั้งท้อง 25-50 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงที่แมวให้นมลูกก็ต้องการอาหารมากกว่าแมวที่ไม่ได้ตั้งท้อง 200 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน  
 
และแล้วก็ได้เวลาพาเจ้าเหมียวไปพบหมอแมว เอาจริงๆ ผมไม่รู้เจ้าเหมียวของผมมันท้องได้กี่วันแล้ว และเดาไม่ได้ด้วย ตัดสอนใจพาไปหาหมอดีที่สุด เมื่อไปหาหมอไม่รอรี จับเจ้าเหมียวไปเอ็กซ์เรย์ ดูเจ้าเหมียวน้อยๆ ที่อยู่ในท้องผลปรากฏว่ายังไม่เห็นรู้ หมอบอกว่าน่าจะท้องประมาณ 40-45 วัน อีก 2 อาทิตย์มาตรวจสอบอีกครั้ง ผ่านไป 2 ทิตย์ได้พาเจ้าเหมียวไปตรวจอีกครั้ง คราวนี้สมใจตื่นเต้น เห็นเจ้าเหมียวน้อยๆ ล่ะหมอบอกเจ้าเหมียวมีเจ้าเหมียวน้อยในท้อง 4 ตัว ดีใจสุดๆ อีกไม่เกิน 1-2 อาทิตย์คลอดชัวร์ คราวนี้ภาระกิจต่อไปคือการเตรียมตัวการคลอดของเจ้าเหมียวกัน

การเตรียมสถานที่สำหรับคลอดลูกแมว
เตรียมกล่องกระดาษแข็งขนาด 50x50 เซนติเมตร   ตัดด้านหนึ่งของกล่องกระดาษให้เป็นรูกว้างประมาณ 20 เซนติเมตรโดยให้สูงจากพื้นกล่องประมาณ 9 เซนติเมตร  ปูพื้นกล่องด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือผ้า   วางไว้ในมุมที่เงียบสงบของบ้าน  ให้แมวเข้าไปสำรวจและทำความคุ้นเคยก่อนที่จะมีการใช้งานจริง    อาจใช้กระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่สำหรับใช้ในครัวฉีกให้เป็นชิ้นเล็กๆเพื่อทำให้ที่นอนนุ่มและสะดวกในการเก็บทิ้งเมื่อมีการเปื้อนของเหลวจากการคลอดลูก   ควรทำให้กล่องสามารถเปิดฝาด้านบนได้   หากในห้องอุณหภูมิต่ำอาจเพิ่มไฟกกไว้ด้านบน

ซวยล่ะเราเลียงคอนโดจะหามุมสงบยังไงดีล่ะทีนี้ แถมมีแมวตัวอื่นอีก 3 ตัวผลปรากฏว่าได้ตามรูปนี้คือที่ที่เตรียมให้เจ้าเหมียว

ตอนนี้ก็ไม่ได้ไปไหนแบบนานๆ เพราะห่วงเจ้าเหมียว มันจะคลอดอย่างไรจะคลอดวันไหน วันๆ ก็อ่านแต่เว็บ หาข้อมูลเพื่อเตรียมการคลอดของเจ้าเหมียว เพราะเราก็เป็นทาสแมวมือใหม่เหมือนกัน ก็หาข้อมูลได้แบบนี้



อาการแมวใกล้คลอด
แม่แมวจะไม่กินอาหาร จะกินแต่น้ำ   มีพฤติกรรมทำรังหาที่คลอดลูกมักกัดเศษวัสดุหรือใช้นิ้วเท้าตะกุยพื้นและสิ่งของต่างๆ ที่รองพื้น เช่นผ้าหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อจะทำเป็นที่นอนรองคลอด  หัวนมแม่แมวจะขยายใหญ่ขึ้นเมื่อบีบหัวนมดูจะมีนมน้ำเหลืองบางรายการอาจมีการอาเจียนและอุณหภูมิของร่างกายลดลง 3 องศา(ประมาณ 98 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 36องศาเซลเซียส)แม่แมวจะมีอาการกระวนกระวาย  แม่แมวส่วนมากมักหลบไปคลอดในรังที่เจ้าของทำไว้แต่แม่แมวบางตัวอาจแสดงอาการเบ่งให้เจ้าของเห็นที่กระบะทรายและหันไปดูบริเวณด้านท้ายของตัวและส่งเสียงร้อง  

การช่วยคลอดเบื้องต้น
หลังจากคลอดแล้วแม่แมวจะกัดฉีกถุงหุ้มตัวลูกและเลียบริเวณหน้าและตัวของลูกเพื่อกระตุ้นการหายใจและกัดสายสะดือกินรกเข้าไป   กรณีที่แม่แมวไม่ทำการช่วยเหลือลูกที่คลอด   ควรทำการช่วยเหลือโดยรีบฉีกถุงหุ้มตัวลูกออกและดูดของเหลวที่อยู่ในช่องปากและจมูกของลูกแมวออกด้วยลูกยางและใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวเร็วๆเพื่อเป็นการกระตุ้นการหายใจ   จากนั้นผูกและตัดสายสะดือโดยผูกห่างจากตัวลูกประมาณ 1 นิ้วและแต้มบริเวณสายสะดือที่ถูกตัดด้วยเบตาดีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 

อาการคลอดยาก
 ส่วนมากปัญหาคลอดยากมักไม่พบในแมว   แม่แมวที่ตั้งท้องครั้งแรกอาจแสดงอาการเบ่งนานกว่าแม่แมวที่เคยคลอดลูกแล้ว  หากแม่แมวมีการเบ่งอย่างรุนแรงเกิน 1 ชั่วโมงโดยไม่มีการคลอดให้ถือว่าเป็นการคลอดยาก   ระยะห่างของการคลอดลูกแต่ละตัวใช้เวลานานไม่เท่ากัน   กรณีที่ระยะห่างระหว่างการคลอดลูกแต่ละตัวนานกว่า 4-6 ชั่วโมงถือว่าเป็นภาวะคลอดยากเช่นกันควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ อาจต้องผ่าคลอด

แต่อย่างไรก็ตาม เราก้ยังไม่เจอกับสถานะการณ์เลย คงต้องรอให้ถึงวันคลอดของเจ้าเหมียวจริงๆ แต่ก็วางใจส่วนนึงเนื่องจากปรึกษาหมอแมว หมอแมวบอกว่า เวลาที่มันคลอดไปยุ่งกับมันให้มันคลอดเอง แต่ถ้าดูแล้วอาการไม่ได่ดีค่อยพาไปโรงพยาบาลแต่ปกติแล้วมันจะคลอดเองได้โดยธรรมชาติและมีสัญตญาณของความเป็นแม่อยู่แล้ว ผมก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทาสแมวทั้งหลายอย่างผมนะครับ
เรียบเรียง : cyclone_prince (เพจทาสแมว)

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เมื่อพูดถึงแมวไทยหลายคนก็คงรู้และเดาได้ไม่ยาก "แมวไทย" คือ แมวที่มีถิ่นกำเนิด หรือเกิดในประเทศไทย แมวไทยเป็นแมวที่เฉลียว ฉลาด ขี้อ้อน เอาใจเก่ง ตามบันทึกสมุดข่อยของไทย

หลายคนคงสงสัย ว่าสมุดข่อยคืออะไร ผมเองก้เช่นกันสงสัยว่าสมุดค่อยคืออะไร ทำไมต้องสมุดข่อ เลยหาข้อมูลอ่านตามเวบต่างๆ สรุปสั้นๆ ได้คือ สมัยก่อน สมัยโบราณคนไทยจะบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่ทำมาจากกระดาษสา กระดาษข่อย แต่กระดาษข่อยจะนิยมมากที่สุด จึงพากันเรียกว่า "สมุดข่อย" เป็นแผ่นกระดาษที่ทบกันไปกันมา เขียนได้ทั้งสองด้าน

และมีการจดบันทึก แมวไทยมีทั้งหมด 23 ชนิด ตามความเชื่อโบราณ แบ่งเป็นแมวให้คุณ 17 ชนิด และ แมวร้ายให้โทษอีก 6 ชนิด ยังเหลือให้พบเห็นในปัจจุบันนี้มี 6 ชนิดคือ วิเชียรมาศ สีสวาด ศุภลักษณ์ โกญจา แซมเสวตร และ ขาวมณี



แมวให้คุณ๑๗ ชนิด
วิเชียรมาศแมววิเชียรมาศ “เพชรแห่งดวงจันทร์”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • ลักษณะสีขน : ขนสั้นแน่นสีขาว หรือสีน้ำตาลอ่อน มีแต้มสีครั่ง หรือสีน้ำตาลไหม้ที่บริเวณใบหน้า หูทั้งสองข้าง เท้าทั้งสี่ หางและที่อวัยวะเพศ (ทั้งแมวเพศผู้และแมวเพศเมีย) รวม 9 แห่ง ขณะที่อายุยังน้อย หรือเป็นลูกแมว สีขนจะออกสีครีมอ่อนๆ หรือขาวนวล พอโตขึ้นสีจะค่อยๆ เข้มขึ้นตามลำดับจนเป็นสีน้ำตาล (สีลูกกวาด)
  • ลักษณะของส่วนหัว : รูปหัวไม่กลม หรือแหลมเกินไป หน้าผากใหญ่และแบน จมูกสั้น หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว
  • ลักษณะของนัยน์ตา : ตามีสีฟ้า
  • ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย

ขนยาวเกินไป มีแต้มสีไม่ครบทั้ง 9 แห่ง แต้มสีอื่นที่ไม่ใช่สีน้ำตาลไหม้ นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่นๆ ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นเกินไป (เมื่อยืนขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว ) หางขอด หางหงิกงอ หางสดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี
แมวศุภลักษณ์ "แมวทองแดง" แมวศุภลักษณ์ “แมวทองแดง”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีน้ำตาลเข้มคล้ายสีสนิม (สีทองแดง) บริเวณส่วนหู ใบหน้า ปลายขา หาง จะมีสีน้ำตาลเข้มกว่าบริเวณลำตัวทั่วๆ ไป
  • ลักษณะของส่วนหัว : ค่อนข้างกลมและกว้าง หนวดมีสีเหมือนลวดทองแดง หูใหญ่
  • ลักษณะของนัยน์ตา : แมวชนิดนี้จะมีดวงตาออกเป็นลักษณะเหลืองๆ หรือออกสีอำพัน หนวดของแมวศุภลักษณ์จะมีสีแวววาวเหมือนกับลวดทองแดงเลยทีเดียว
  • ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายหางแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขาวยาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย

ขนยาวเกินไป สีอ่อนเกินไป มีแต้มสีขาวปน เช่น ที่บริเวณหน้าอก หรือช่องท้อง มีไม่สม่ำเสมอ เช่น มีลายเห็นเป็นทางตามลำตัว โดยเฉพาะตามใบหน้า ขาและหาง นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป (เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว ) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี
แมวมาเลศ"แมวโคราช"
แมวมาเลศ “แมวโคราช”
(คนสมัยโบราณมีความเชื่อว่า แมวสีสวาดเป็นแมวนำโชคลาภของคนโคราช แมวสีสวาดเคยประกวดชนะเลิศในระดับโลกมาแล้วในปี พ.ศ. 2503 ที่สหรัฐอเมริกา เป็นแมวตัวเมียชื่อว่าสุนัน และเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศมาก จึงนับว่าแมวไทยได้ทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยเป็นอันมาก)

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีสวาด (silver blue) ทั่วทั้งตัวและเป็นสีสวาดตั้งแต่เกิดจนตาย
  • ลักษณะของส่วนหัว : หัวเมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ในแมวตัวผู้หน้าผากมีรอยหยักทำให้เป็นรูปหัวใจเด่นชัดมากขึ้น หูใหญ่ตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ผิวหนังที่บริเวณจมูกและริมฝีปากสีเงิน หรือม่วงอ่อน
  • ลักษณะของนัยน์ตา : นัยน์ตาสีเขียวสดใสเป็นประกาย หรือสีเหลืองอำพัน ขณะยังเป็นลูกแมวตาจะเป็นสีฟ้า เมื่อโตขึ้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด และเมื่อเติบโตเต็มที่ตาจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวใบไม้ หรือสีเหลืองอำพัน
  • ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อย ๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย

ขนยาวเกินไป มีสีอื่นปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป (เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี
images
โกนจา“โกญจา” แปลว่า นกกระเรียน
(แมวสายพันธุ์โกนจา มีลักษณะคล้ายกับแมวสายพันธุ์ต่างชาติอีกสายพันธุ์หนึ่ง คือ บอมเบย์)

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • ลักษณะสีขน: ขนสั้น สีดำตลอดทั้งตัว
  • ลักษณะของส่วนหัว: รูปหัวกลมไม่ใหญ่มาก หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว
  • ลักษณะของนัยน์ตา: นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม (สีเหลืองอมเขียว)
  • ลักษณะของหาง: หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อย ๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย

ขนยาวมากเกินไป ขนมีสีอื่นปะปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป ( เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว ) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูก

Thainilrut
“แมวนิลรัตน์”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวนิลรัตน์ เป็นแมวที่มีสีดำสนิททั้งตัว ขนเป็นมันแวววาว นอกจากนั้น เล็บ ลิ้น ฟัน และนัยน์ตา ยังเป็นสีดำอีกด้วย หางเรียวยาว ตวัดได้ถึงศีรษะค่อนข้างหายาก หากใครเลี้ยงไว้จะได้ทรัพย์สินเพิ่มพูน
(ปัจจุบัน ได้สูญพันธุ์แล้ว)
Thaivilดas“แมววิลาศ”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมววิลาศ มีสีดำเกือบทั้งตัว ขนเรียบ ยกเว้นใบหูทั้ง 2 ข้าง ปากล่างลงมาถึงหน้าอก ปลายเท้าทั้ง 4 และจากท้ายทอยบนหลังจนถึงปลายหางมีสีขาว หางเรียวยาว นัยน์ตาสีเข้ม รูปร่างสวยงามน่ารัก ใครเลี้ยงจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีทรัพย์สินบริบูรณ์
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
Thai9tam
“แมวเก้าแต้ม”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวเก้าแต้ม เป็นแมวสีขาว มีสีดำแต้มสีดำรวมเก้าแห่ง คือ บริเวณหัว คอ โคนขาหน้าและโคนขาหลังหลังทั้ง 4 ข้าง ไหล่ทั้ง 2 ข้าง และโคนหาง ลักษณะแต้มสีดำนี้จะเป็นวงกลมหรือปื้นเหลี่ยมก็ได้ ปลายหางเรียวยาว สีขาว ใครได้แมวเก้าแต้มไว้เลี้ยงดูก็จะทำให้การค้าขายรุ่งเรือง ร่ำรวย คนไทยโบราณมักเลี้ยงไว้ในพระราชสำนัก
(ปัจจุบันหายาก ที่เป็นพันธุ์แท้)
Thairattanakampon
รัตนกำพล”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวรัตนกำพล มีขนสีขาวดั่งหอยสังข์ยกเว้นบริเวณลำตัวมีสีดำคาดไว้ นัยน์ตาสีทอง ตามความเชื่อ ถ้าใครเลี้ยงไว้จะมียศถาบรรดาศักดิ์ และมีอำนาจบารมี
cat08“แมวนิลจักร”
ลักษณะที่เป็นข้อเด่น
  • นิลจักร เป็นแมวสีดำอีกชนิดหนึ่ง บริเวณลำคอมีขนขาวเป็นวง เหมือนมีจักรหรือพวงมาลัยคล้องคอ ใครเลี้ยงไว้ จะมากด้วยทรัพย์สินเงินทอง
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
Thaimulilar
“มุลิลา”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวมุลิลา แมวมุลิลานี้ เป็นแมวขนสีดำ ขนเรียบเป็นมัน แต่บริเวณสองหูเป็นสีขาว นัยน์ตาสีเหลืองราวกลีบดอกเบญจมาศ แมวชนิดนี้ ตำราว่าให้เลี้ยงได้เฉพาะพระสงฆ์ ไม่ควรเลี้ยงตามบ้าน
เหตุผลนั้นคงเป็นเพราะบทกวีที่ว่า “หนึ่งด่างสองหูโดยหมาย ตำราท่านทาย ว่าควรจะเลี้ยงแต่สงฆ์ เล่าเรียนสิ่งใดมั่นคง มิได้ลืมหลงสำเร็จดังความปรารถนา”
ตำราท่านว่าไว้ เจ้าแมวชนิดนี้ พระสงฆ์ควรจะเลี้ยง ช่วยให้มีจิตใจตั้งมั่นในการเล่าเรียนไม่ออกนอกลู่นอกทาง เล่าเรียนสำเร็จตามปรารถนา
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
กรอบแว่น
แมวกรอบแว่น “อานม้า”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • กรอบแว่น หรือ อานม้า เป็นแมวมีขนสีขาวทั้งตัว ยกเว้นกลางหลังนั้นจะมีสีดำเหมือนอานม้าอยู่ และบริเวณขอบตาทั้งสองข้างเป็นสีดำ เหมือนกรอบแว่นตา ใครเลี้ยงไว้จะมีค่ามหาศาล และทำให้มีเกียรติยศชื่อเสียง
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
J10323065-11
แมวปัดเสวตร“ปัดตลอด”

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวปัดเสวตร (อ่านว่า แมว-ปัด-สะ-เวด) หรือ ปัดตลอด แมวชนิดนี้มีขนสีดำเป็นมันราบเรียบ ยกเว้นปลายจมูกจนถึงปลายหางมีขาว ดวงตามีสีเหลืองดั่งพลอยสะท้อนแสง ใครเลี้ยงไว้จะช่วยชูชื่อเสียงวงศ์ตระกูลให้เป็นที่รู้จักทั่วไป
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
kajok
แมวกระจอก

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • ลักษณะสีขน ขนสั้น สีดำ มีขนสีขาว รอบจมูก
  • ลักษณะของส่วนหัว รูปหัวกลมไม่ใหญ่มาก หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว
  • ลักษณะของนัยน์ตา นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม (สีเหลืองอมเขียว)
  • ลักษณะของหาง หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
biodiversity-25144-1
แมวสิงหเสพย์
(แมวสิงหเสพย์ หรือ แมวโสงหเสพย แมวชนิดนี้มีขนสีดำทั้งตัว แต่มีสีขาวอยู่บริเวณริมฝีปาก จมูกและรอบคอ นัยน์ตาสีเหลืองทอง ใครเลี้ยงไว้จะทำให้มีสมบัติเพิ่ม)

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • ลักษณะสีขน ขนสั้น สีดำ มีขนสีขาวรอบจมูก และที่คอ
  • ลักษณะของส่วนหัว รูปหัวกลมไม่ใหญ่มาก หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัว
  • ลักษณะของนัยน์ตา นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม (สีเหลืองอมเขียว)
  • ลักษณะของหาง หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)

cat03

แมวการเวก

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวการเวก เป็นแมวดำอีกชนิดหนึ่ง แต่ไม่ดำหมดทั้งตัว จะมีแต่ปลายจมูกที่มีแต้มสีขาวเล็กน้อย นัยน์ตาทั้งสองข้างสีเหลืองอำพันสดใส ถ้าได้เลี้ยงจะนำโชคลาภมาให้เจ้าของเปลี่ยนฐานะขึ้นไปเรื่อยๆ
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
แมวจตุบท
แมวจตุบท

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวจตุบท เป็นแมวสีดำ นอกจากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงข้อพับทั้งสี่ข้างเป็นสีขาว นัยน์ตาเป็นสีเหลืองคล้ายดอกโสน ตำราว่าแมวชนิดนี้คนธรรมดาไม่ควรเลี้ยง ควรเลี้ยงเฉพาะราชนิกูล หรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
Image
แมวแซมเสวตร

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวแซมเสวตร แปลว่า “แซมสีขาว” เป็นแมวชนิดนี้มีขนสีดำ แซมด้วยสีขาวไปทั้งตัว แต่ขนบางและค่อนข้างสั้น รูปร่างบางเพรียว ตามีสีเขียวเหมือนแสงหิ่งห้อย เดิมทีเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ได้พบอีกครั้ง
(ปัจจุบันหายากมาก)
แมวร้ายให็โทษ ๖ ชนิด
Thaituponlapet
แมวทุพลเพศ

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวทุพลเพศ เป็นแมวร้ายชนิดหนึ่ง มีสีขาวหม่น หางขอด หรือม้วน นัยน์ตาสีแดงเหมือนเลือด ชอบขโมยปลากินในตอนกลางคืน ใครเลี้ยงไว้จะเกิดความเดือดร้อนเป็นประจำ
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
พรรณพยัคฆ์
แมวพรรณพยัคฆ์

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวพรรณพยัคฆ์ หรือ แมวลายเสือ มีลักษณะคล้ายเสือ มีขนสีมะกอกเขียว หรือมะกอกแดง หยาบกระด้าง นันย์ตาสีแดงดั่งสีเลือด เสียงร้องโหยหวนเหมือนเสียงผีโป่งร้องตามป่าเขา ชอบหลบซ่อนตามที่มืดในเวลากลางวัน ไม่ควรนำมาเลี้ยง เพราะจะทำให้เกิดความเดือดร้อน
*เคยเลี้ยงแมวลายเสือ แต่ไม่ใช่พรรณพยัคฆ์แท้ แต่มีนิสัยดุ และเมื่อโตเต็มที่จะชอบออกไปหาของดิบกินนอกบ้าน ชอบจับหนู ดุร้ายเมื่อหวงเหยื่อ และหนีออกจากบ้านในที่สุด…
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
Thaihinnatoz
แมวหิณโทษ

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • แมวหิณโทษ แมวเพศเมียอีกชนิดที่ไม่ควรเลี้ยง แม้ว่าจะมีลักษณะดี ขนสวยงาม เข้ากับเจ้าของได้ดี แต่มีข้อเสียคือ ยามตั้งท้องครั้งใด ลูกแมวมักจะตายในท้องเสมอ ใครเลี้ยงไว้จะนำภัยพิบัติมาสู่บ้าน
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
Thaikoppleng
แมวกอบเพลิง

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

แมวกอบเพลิง เป็นแมวที่ชอบอยู่ตามลำพังตามยุ้งข้าว ตามป่าไม่ค่อยจะพบคน เวลาพบคนมักกระโดดหนี ชอบทำตัวลึกลับ ให้โทษแก่ผู้ที่นำมาเลี้ยง
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
cat18
แมวเหน็บเสนียด
  • แมวเหน็บเสนียด เป็นแมวที่พิการมาตั้งแต่กำเนิด โคนหางเป็นสีด่าง เวลานั่งมักเอาหางซ่อนไว้ใต้ก้นเหมือนค่างในป่า มีนิสัยโหดร้าย เที่ยวไล่กัดแมวตัวอื่นอยู่เสมอ ถ้านำมาเลี้ยงจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
(ปัจจุบันได้สูญพันธุ์แล้ว)
*************************

90358ca97133423ea7543f84d1cc00fc

แมวขาวมณี
(แมวขาวมณี หรือ ขาวปลอดเป็นสายพันธุ์ที่พบเห็นได้มากสุดในปัจจุบัน เป็นแมวไทยโบราณที่ไม่ได้มีบันทึกไว้ในสมุดข่อย จึงเชื่อว่าเป็นแมวที่เพิ่งกำเนิดในต้นยุครัตนโกสินทร์นี่เอง นิยมเลี้ยงไว้ในราชสำนักครั้งหนึ่งในสมัยรัชการที่5 แมวชนิดนี้เป็นที่โปรดปราณมาก ในต่างประเทศนิยมเลี้ยงกันเป็นคู่เพื่อให้ผลัดกันทำความสะอาดขน เป็นแมวที่ค่อนข้างเชื่อง เหมาะสำหรับการเลี้ยงเป็นเพื่อนได้เป็นอย่างดี)

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น

  • สีขนและผิวกายขาวสะอาด ขนสั้น นุ่ม รูปร่างลำตัวยาวขาเรียว ทรงเพียวลม ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป หัวไม่กลมโต แต่เป็นทรงสามเหลี่ยมคล้ายหัวใจ หน้าผากแบนใหญ่ หูขนาดใหญ่และตั้งตรงจมูกสั้น ดวงตาจะรีเล็กน้อยนัยน์ตาเป็นสีฟ้าหรือเหลืองอำพันสีใดสีหนึ่งเมื่อนำแมวขาวมณีตาสีฟ้า ผสมกับแมวขางมณีตาสี อำพัน ลูกที่ออกมาจะมีตาสองสี คือ สีฟ้าข้างหนึ่งและสีเหลืองอำพันข้างหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมโดยยีนด้อยในแมวขาวมณีแทบทุกตัวจะมีจุดด้อย เช่น ถ้ามีตาสองสีมักมีตาข้างหนึ่งที่ไม่ดี อาจมองเห็นไม่ชัดหรือมองไม่เห็นเลย ถ้าแมวตาสีฟ้ามักจะหูพิการ หรือไม่ได้ยินเสียงมากนัก และแมวตาสีเหลืองอำพันมักมีต่อมขนที่ไม่ดี

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย

  • ความไม่ขาวปลอด มีสีใดสีหนึ่งแซมเข้ามา รวมถึงตาสองข้างเป็นคนละสีกัน (Odd eyes) หรือเป็นสีอื่นสีใดที่ไม่ใช่สีฟ้าหรือเหลืองอำพัน ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ (อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศนั้นกลับนิยมแมวขาวมณีที่มีตาคนละสีมากกว่าตาสีเดียว) เช่นเดียวกับขนที่ยาวมากเกินขนาด หางคด หางขอด หางงอและ หางสั้น

ที่มาแมวไทย 23 ชนิด: /https://jaruwunak.wordpress.com/แมวไทย-๒๓-ชนิด
เรียบเรียง : cyclone_prince (เพจทาสแมว)

Total Pageviews

Recent Comments

Popular Posts

Recent Posts

Text Widget